กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร

กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร

กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร

ในสมัยรัฐบาล ฯพณฯ นายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 ได้แถลงนโยบาย ที่จะจัดตั้งกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรขึ้นเพื่อให้การดำเนินงานด้านการให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรดำเนินไปด้วยดี และมีประสิทธิภาพ ซึ่งต่อมาได้เสนอให้มีการตราพระราชบัญญัติขึ้นเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว เรียกว่า "พระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. 2517" 

วัตถุประสงค์ของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร
     ตามพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. 2517 มาตรา 5 กำหนดให้จัดตั้งกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรขึ้นเพื่อเป็นทุนหมุนเวียน และใช้จ่ายช่วยเหลือหรือส่งเสริมเกษตรกรในการผลิตการพยุงราคา และการจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร

แหล่งที่มาของเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร
มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. 2517 กำหนดให้เงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรประกอบด้วย
(1) เงินที่ได้รับตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายและกฎหมายว่าด้วยการโอนเงินประมาณรายจ่าย
(2) เงินค่าธรรมเนียมการส่งออกตามมาตรา 11
(3) ดอกผลของเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร
(4) เงินกู้ที่รัฐบาลกู้เพื่อสมทบกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โดยอนุมัติของรัฐมนตรี
(5) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่มีผู้มอบให้ให้กระทรวงการคลังเก็บรักษาเงินและทรัพย์สินของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรและดำเนินการเบิกจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรตามพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรประกอบด้วยงบการเงิน 2 ส่วน คือ

(1) งบเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ซึ่งมีที่มาจากแหล่งเงินต่าง ๆ ดังนี้
(1.1) การจัดค่าธรรมเนียมการส่งออกข้าว (พรีเมี่ยมข้าว) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 จนกระทั่งคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2529 ให้ยกเลิกการจัดเก็บ ซึ่งรวมวงเงินจัดเก็บ ทั้งสิ้นจำนวน 9,996.85 ล้านบาท
(1.2) การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการส่งออกปอ และวงเงินที่กระทรวงอุตสาหกรรมทอกระสอบไทยบริจาคให้ เป็นเงิน 51.25 ล้านบาท
(1.3) เงินช่วยเหลือจากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันตามโครงการซื้อปุ๋ย จำนวน 10 ล้านดอยช์มาร์ค เมื่อปี 2523 และเมื่อ อ.ต.ก. จำหน่ายปุ๋ยแล้วได้นำส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์เกษตรกร รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 85.73 ล้านบาท ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2546 อนุมัติจัดสรรเงินช่วยเหลือจากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันดังกล่าว ดังนี้ มอบให้กับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ 45 ล้านบาท มูลนิธิชัยพัฒนา 20 ล้านบาท สำหรับเงินส่วนที่เหลือพร้อมดอกผลที่เกิดขึ้นให้นำเข้าไว้ในกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร และให้ใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรต่อไป
(1.4) งบเงินทุนจัดหาที่ดินเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการสร้างเขื่อน ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2540 ให้นำเงิน 1,200 ล้านบาทเข้าไว้ในกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โดยให้เปิดบัญชีแยกต่างหาก และคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2543 ให้ปิดบัญชีเงินกองทุนจัดหาที่ดินและโอนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย จำนวน 1,297.62 ล้านบาท เข้าไว้ในกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร

(2) เงินกองทุนหมุนเวียนสำหรับอุดหนุนเกษตรกรในการจัดหาปัจจัยการผลิตตามโครงการ ความช่วยเหลือเพื่อเพิ่มผลผลิตทางอาหารจากรัฐบาลญี่ปุ่น
                รัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลไทยแบบให้เปล่าในรูปโภคภัณฑ์ ซึ่งได้แก่ ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช เคมีภัณฑ์ทางการเกษตร เครื่องมือเครื่องจักรกลที่ใช้ในการเกษตรตามโครงการ ความช่วยเหลือเพื่อเพิ่มผลผลิตทางอาหารจากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มผลผลิตทางอาหารตั้งแต่ปีงบประมาณ 2520-2532 โดยหน่วยงานที่ได้รับความช่วยเหลือจะต้องนำโภคภัณฑ์ที่ได้รับความช่วยเหลือไปจำหน่ายแล้วนำเงินส่งกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2524 อนุมัติให้ตั้งเงินทุนหมุนเวียนไว้ในกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โดยแยกเป็นบัญชีต่างหาก (เริ่มนำเงินส่งกองทุนฯ ในปี 2526) เป็นเงินที่ต้องนำ ส่งเข้ากองทุนฯ จำนวน 1,765 ล้านบาท

การบริหาร
การบริหารกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรดำเนินงานในรูปของคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกร ซึ่งประกอบด้วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง และปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการอื่นที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีจำนวนไม่เกินแปดคน ในจำนวนนี้ให้มี ผู้แทนสหกรณ์การเกษตรหนึ่งคน ผู้แทนกลุ่มเกษตรกรหนึ่งคนและเกษตรกรอื่นอีกสามคน โดยได้แต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักแผนงานแลโครงการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นเลขานุการฯ ผู

รูปแบบการบริหารงานกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร
คณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกรได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. 2517 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการอีก 2 คณะ เพื่อช่วยในการบริหารงาน ดังนี้

คณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องหนี้สินของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร

อำนาจและหน้าที่
(1) ตรวจสอบเร่งรัดและติดตามหนี้จากลูกหนี้กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร
(2) วางมาตรการในการติดตาม ตรวจสอบ และเร่งรัดหนี้สินจากลูกหนี้กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร
(3) พิจารณาคำขอผ่อนผันหนี้ การขอจำหน่ายหนี้สูญ และคำขออื่น ๆ ที่เกี่ยวกับหนี้กองทุนสงเคราะห์
(4) เกษตรกรมีอำนาจและหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกรและประธานกรรมการสงเคราะห์เกษตรกร
(5) มีอำนาจเรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงและรายงานรวมทั้งมีอำนาจเรียกเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ของลูกหนี้กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรมาตรวจสอบและเข้าตรวจสอบได้
(6) มีอำนาจแต่งตั้งคณะทำงานได้ตามความจำเป็น

คณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการ
อำนาจและหน้าที่

(1) ติดตามและประเมินผลโครงการเก็บข้าวเปลือกของกลุ่มเกษตรกร ตลอดจนโครงการอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกร
(2) มีอำนาจเรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงและรายงาน รวมทั้งมีอำนาจเรียกเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ของหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการมาตรวจสอบหรือเข้าไปตรวจสอบได้
(3) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิบัติงานตามที่เห็นสมควร
(4) ดำเนินการอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกรและประธาน คณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกร

โครงการที่จะนำมาพิจารณาเพื่อใช้จ่ายเงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ต้องเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือหรือส่งเสริมเกษตรกรในการผลิต การพยุงราคา และการจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร
มาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. 2517 กำหนดกิจการตาม โครงการที่จะใช้จ่ายจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรได้นั้น ได้แก่กิจการดังต่อไปนี้

(1) การส่งเสริมการผลิตผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งได้แก่ การจัดหาปัจจัยการผลิตต่าง ๆ เพื่อจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาพอสมควรและให้เกษตรกรกู้เพื่อการลงทุนในการผลิตและจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร การจัดหาที่ดินให้เกษตรกรเข้า ทำกิน และจัดหากรรมสิทธิ์ในที่ดินให้แก่เกษตรกร การปฏิรูปที่ดินและการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตลอดจนการดำเนินการอื่นใดอันจะก่อประโยชน์ในการผลิตผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร รวมทั้งการส่งเสริมการผลิตวัตถุดิบ สำหรับอุตสาหกรรมการเกษตรด้วย

(2) การพยุงราคาผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้น และผลิตภัณฑ์อาหารในประเทศไทยโดยการซื้อหรือรับจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารในราคาที่รัฐมนตรีกำหนด รวมทั้งการขายในประเทศและขายโดยส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร และการดำเนินการอื่นใดที่เป็นประโยชน์แห่งกิจการดังกล่าว

(3) การดำเนินการที่จำเป็นและเร่งด่วน เพื่อขจัดภัยร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมอันจะเป็นผลเสียหายแก่เกษตรกรในการสงเคราะห์เกษตรกรตามโครงการความช่วยเหลือในเรื่องการผลิต ให้คำนึงถึงผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่ประสบความเดือดร้อนเป็นหลักก่อน ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (มาตรา 20)

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจ่ายเงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรแก่ กระทรวง ทบวงกรมที่เกี่ยวข้อง องค์การของรัฐบาล และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อใช้จ่ายใน กิจการต่าง ๆ ตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (มาตรา 19) โดยมีแนวทางในการพิจารณาดำเนินการ 2 ลักษณะ คือ 

(1) การจัดสรรให้ส่วนราชการ เป็นการจัดสรรให้ส่วนราชการนำไปดำเนินการโครงการเอง
(2) การจัดสรรให้บุคคลที่ 3 เป็นการจัดสรรให้ส่วนราชการนำไปจัดสรรให้บุคคลที่ 3 (เกษตรกรสถาบันเกษตรกร) กู้ยืมเพื่อนำไปดำเนินโครงการ

สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร ต้องจัดทำโครงการเสนอกรมส่งเสริมสหกรณ์พิจารณาตรวจสอบแก้ไข และเสนอโครงการเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกร