ประวัติความเป็นมา

พ.ศ.2457

            ปลายรัฐสมัยรัชกาลที่ 5 ได้จัดตั้งธนาคารเกษตรให้เงินกู้แก่ชาวนา และตั้งกระทรวงการคลัง มหาสมบัติ โดยเชิญ เซอร์ เบอร์นาร์ด ฮันเตอร์ หัวหน้าธนาคารมัธราช ประเทศอินเดีย มาช่วยศึกษาหลักการจัดตั้งธนาคารให้กู้ยืมแห่งชาติขึ้น โดยใช้ที่ดินและทรัพย์สินอื่นเป็นหลักประกัน พร้อมกับจัดตั้งสมาคมชาวนาที่รับเงินกู้เพื่อควบคุมมิให้ชาวนาเหล่านั้นทอดทิ้งที่ดินและหลบหนีหนี้สิน กรมหมื่นพิทยาลงกรณได้ทรงกำหนดชื่อสำหรับองค์กรชาวนาเป็นภาษาไทย ซึ่งมีความหมายสอดคล้องกับภาษาอังกฤษว่า “สหกรณ์” (Cooperative)

พ.ศ.2458

            ได้จัดตั้งให้มีการประชุมสมุหเทศาภิบาลเพื่อจัดตั้งสหกรณ์เครดิตขึ้นโดยมอบให้สมุหเทศาภิบาล (ผู้ว่าราชการภาคสมัยนั้น) ทำการสำรวจภาวะหนี้สินของชาวนา เพื่อการจัดตั้งสหกรณ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือชาวนาที่ยากจนสมัยนั้น การจัดตั้งสหกรณ์มีเป้าหมายอยู่ 2 ประการ คือ

            1. เพื่อช่วยเหลือให้ผู้อพยพไม่เร่รอนในการทำเพาะปลูก ให้ราษฎรเหล่านั้นประกอบอาชีพตั้งหลักแหล่งอยู่อาศัยเป็นที่

            2. เพื่อจูงใจให้ราษฎรจังหวัดที่มีประชากรมาอาศัยอยู่หนาแน่นได้ไปขยายพื้นที่เพื่อหักล้างถางพงป่าขยายพื้นที่ทำการเกษตรเพิ่มขึ้น

พ.ศ.2459

            เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2459 กรมพาณิชย์และสถิติพยากรณ์ได้ทดลองจัดตั้งสหกรณ์หาทุนขึ้นแห่งแรกของประเทศไทย ที่จังหวัดพิษณุโลก ชื่อสหกรณ์วัดจันทร์ไม่จำกัดสินใช้ โดยพระราชบัญญัติสมาคมเพิ่มเติม พ.ศ.2459 เพื่อจดทะเบียนไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว

พ.ศ.2470

            ต่อมาสหกรณ์ได้จัดตั้งและขยายผลออกไปใน 3 จังหวัดหลัก คือ พิษณุโลก ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา เป็นสหกรณ์ประเภทหาทุนขนาดเล็กรวม 81 สหกรณ์ โดยขึ้นกับแผนกสหกรณ์ กรมพาณิชย์และสถิติพยากรณ์ กระทรวงการคลังมหาสมบัติ ต่อมายกแผนกสหกรณ์เป็นกรมสหกรณ์

พ.ศ.2471

            มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2471 ขึ้น ถือใช้เป็นครั้งแรก

พ.ศ.2475

            สหกรณ์ถูกจัดตั้งขึ้นโดยรัฐ รวม 191 สหกรณ์ ในพื้นที่ 10 จังหวัด

พ.ศ.2478

            ยกทบวงเกษตราธิการเป็นกระทรวงเกษตราธิการ

พ.ศ.2486

            ได้ตรา พ.ร.บ.ธนาคารเพื่อการสหกรณ์ ขึ้น

พ.ศ.2487

            ได้จัดตั้งสหกรณ์หาทุนหาดไทรงามไม่จำกัดสินใช้ ขึ้นที่ หมู่ที่ 2 ต.วัดไทร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เป็นครั้งแรก เมื่อ 15 มิถุนายน 2487 มีสมาชิกแรกตั้ง 36 คน หุ้นละ 10 บาท ให้กู้เงินเพื่อทำนา คนละ 300 บาท

พ.ศ.2488

            ได้จัดตั้ง สหกรณ์หาทุนบึงเสนาทไม่จำกัดสินใช้ ที่ หมู่ที่ 1 ตงบึงเสนาท อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีสมาชิก 41 คน หุ้นละ 10 บาท ให้กู้คนละ 300 บาท

            ได้จัดตั้ง สหกรณ์หาทุนบ้านวังไผ่ไม่จำกัดสินใช้ ที่ หมู่ที่ 2 ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีสมาชิก 50 คน หุ้นคนละ 10 บาท ให้กู้คนละ 300 บาท

            ได้จัดตั้ง สหกรณ์หาทุนบ้านเกรียงไกรไม่จำกัดสินใช้ ที่ หมู่ที่ 1 ต.เกรียงไกร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีสมาชิก 32 คน หุ้นคนละ 10 บาท ให้กู้คนละ 300 บาท

            ได้จัดตั้ง สหกรณ์หาทุนบ้านหนองปลิงไม่จำกัดสินใช้ ที่ หมู่ที่ 2 ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีสมาชิก 34 คน หุ้นคนละ 10 บาท ให้กู้คนละ 300 บาท

            ได้จัดตั้ง สหกรณ์หาทุนบ้านหนองเขนงไม่จำกัดสินใช้ ที่ หมู่ที่ 4 ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีสมาชิก 38 คน หุ้นคนละ 10 บาท ให้กู้รายละ 300 บาท

           

พ.ศ.2489

            จัดตั้งสหกรณ์หาทุนบ้านหนองกรดไม่จำกัดสินใช้ ที่ หมู่ที่ 1 ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีสมาชิก 30 คน หุ้นละ 10 บาท ให้กู้รายละ 300 บาท

            จัดตั้งสหกรณ์หาทุนบ้านแกงไม่จำกัดสินใช้ ที่ หมู่ที่ 4 ต.บ้านแก่ง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีสมาชิก 34 คน หุ้นละ 10 บาท ให้กู้รายละ 300 บาท

            จัดตั้งสหกรณ์หาทุนบ้านทัพชุมพลไม่จำกัดสินใช้ ที่ หมู่ที่ 6 ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีสมาชิก 33 คน หุ้นละ 10 บาท ให้กู้รายละ 300 บาท

            จัดตั้งสหกรณ์หาทุนบ้านหนองกระโดนไม่จำกัดสินใช้ ที่ หมู่ที่ 1 ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีสมาชิก 31 คน หุ้นละ 10 บาท ให้กู้รายละ 300 บาท

            จัดตั้งสหกรณ์หาทุนบ้านหนองโรงไม่จำกัดสินใช้ ที่ หมู่ที่ 7 ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีสมาชิก 35 คน หุ้นละ 10 บาท ให้กู้รายละ 300 บาท

พ.ศ.2495

            จอมพล ป.พิบูลย์สงคราม ตั้งกระทรวงสหกรณ์ขึ้น ขณะนั้น จ.นครสวรรค์ มีสหกรณ์ประเภท หาทุนที่จดทะเบียนแล้ว รวม 10 อำเภอ จำนวน 80 สหกรณ์ ดังนี้

 1. อ.เมือง                 11       สหกรณ์

 2. อ.เก้าเลี้ยว               9       สหกรณ์

 3. อ.บรรพตพิสัย          6        สหกรณ์

 4. อ.ชุมแสง              14        สหกรณ์

 5. อ.ลาดยาว               7        สหกรณ์

 6. อ.พยุหะคีรี              4        สหกรณ์

 7. อ.โกรกพระ           11        สหกรณ์

 8. อ.ตากฟ้า                5        สหกรณ์

 9. อ.ท่าตะโก               8        สหกรณ์

10. อ.ตาคลี                 5        สหกรณ์

       รวม                  80        สหกรณ์

พ.ศ.2506

            กระทรวงสหกรณ์ถูกยุบไปขึ้นกับกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวง กรมสหกรณ์ที่ดิน กรมสหกรณ์พาณิชย์ และธนกิจ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์

พ.ศ.2511

            ได้ออกพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2511 ขึ้นถือใช้

พ.ศ.2514

            สหกรณ์หาทุนขนาดเล็กทั่วประเทศ 10,000 สหกรณ์ ได้ควบรวมเป็นสหกรณ์การเกษตรระดับอำเภอ คงเหลือ 1,498 สหกรณ์

พ.ศ.2515

            ออกคำสั่งคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216, 217 ให้กรมสหกรณ์ที่ดิน กรมสหกรณ์พาณิชย์และธนกิจกองที่เกี่ยวข้องกับงานสหกรณ์ในส่วนภูมิภาค (จังหวัดและอำเภอ) ยุบรวมเป็น “กรมส่งเสริมสหกรณ์”  และให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์อยู่ตามเดิม ไปสังกัดกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

พ.ศ.2516

            อาศัย พ.ร.บ.สหกรณ์ 2511 ประกาศกฎกระทรวงให้มีสหกรณ์ 6 ประเภทคือ  

            1.  สหกรณ์การเกษตร 2.  สหกรณ์ประมง
            3.  สหกรณ์นิคม  4.  สหกรณ์ร้านค้า
            5.  สหกรณ์บริการ 6.  สหกรณ์ออมทรัพย์

                 

พ.ศ.2542

            ปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2511 ประกาศใช้ พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542

พ.ศ.2543

            มีการยุบสำนักงานสหกรณ์อำเภอไปรวมกับสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเรียกว่าหน่วยส่งเสริมสหกรณ์และพัฒนาสหกรณ์ เพื่อปรับโครงสร้างส่วนราชการใหม่ ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามเดิม ให้กลุ่มเกษตรกรซึ่งเดิมสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร โอนงานมาสังกัดกรมส่งเสริมสหกรณ์

พ.ศ.2548

            อาศัยประกาศกฎกระทรวง เมื่อ 29 มิถุนายน 2548 จากสหกรณ์มี 6 ประเภท เพิ่มเป็น  7 ประเภท คือ 

            1.  สหกรณ์การเกษตร 2.  สหกรณ์ประมง
            3.  สหกรณ์นิคม  4.  สหกรณ์ร้านค้า
            5.  สหกรณ์บริการ 6.  สหกรณ์ออมทรัพย์
            7.  สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน