ประเด็นที่ 1 กรณีการควบ การแยกสหกรณ์

ปัญหาที่ 1

          กรณีสหกรณ์ควบเข้ากันเป็นสหกรณ์ใหม่ การนับวาระกรรมการดำเนินการที่มาจากการเลือกตั้งของสหกรณ์ที่จัดตั้งขึ้นใหม่นั้น จะต้องนับรวมวาระการเป็นกรรมการของสหกรณ์เดิมด้วยหรือไม่

แนวทางปฏิบัติ

          เมื่อนายทะเบียนสหกณณ์ได้รับจดทะเบียนสหกรณ์ที่ควบเข้ากันเป็นสหกรณ์ใหม่ตามความในมาตรา 94 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 แล้ว จะถอนชื่อสหกรณ์ที่ได้ควบเข้ากันนั้นออกจากทะเบียน ทำให้สหกรณ์เดิมสิ้นสภาพนิติบุคคลและวาระการดำรงตำแหน่งย่อมสิ้นสุดไปด้วย กรรมการดำเนินการของสหกรณ์ใหม่จึงนับเป็นวาระแรก

ปัญหาที่ 2

          สหกรณ์ที่เกิดขึ้นจากการแยกสหกรณ์ การนับวาระกรรมการดำเนินการที่มาจากการเลือกตั้งของสหกรณ์ที่จัดตั้งขึ้นใหม่นั้น จะต้องนับรวมวาระการเป็นกรรมการดำเนินการของสหกรณ์เดิมด้วยหรือไม่

แนวทางปฏิบัติ

          1. การแยกสหกรณ์ ให้ถือว่าสหกรณ์ที่เกิดขึ้นจากการแยกสหกรณ์เป็นสหกรณ์ใหม่ตามมาตรา 99 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ดังนั้น ผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการดำเนินการก็ให้เป็นการนับวาระใหม่

          2. สำหรับสหกรณ์เดิมก็ให้นับวาระไปอย่างเดิม

ประเด็นที่ 2 ประธานกรรมการ

ปัญหาที่ 3

          ประธานกรรมการจะต้องจับฉลากออก เมื่อดำรงตำแหน่งครบหนึ่งปีตามความแห่งมาตรา 50 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ด้วยหรือไม่

แนวทางปฏิบัติ

          ประธานกรรมการถือเป็นกรรมการดำเนินการคนหนึ่ง จึงต้องจับสลากออกตามความในมาตรา 50 วรรคสอง ด้วย

ปัญหาที่ 4

          เมื่อตำแหน่งประธานกรรมการว่างลงก่อนถึงคราวออกตามวาระ สหกรณ์จำเป็นต้องเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกตั้งประธานกรรมการหรือไม่

แนวทางปฏิบัติ

          1. กรณีข้อบังคับได้กำหนดวิธีปฏิบัติไว้ชัดเจนแล้ว ก็ให้ถือปฏิบัติตามข้อบังคับ

          2. กรณีข้อบังคับไม่ได้กำหนดวิธีปฏิบัติไว้เป็นการเฉพาะ รองประธานกรรมการสามารถปฏิบัติหน้าที่แทนได้อยู่แล้ว ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสหกรณ์ว่าจะเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกตั้งซ่อมหรือไม่ หรืออาจรอจนกว่าจะถึงวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีแล้วจึงจะเลือกตั้งซ่อมหรือเลือกตั้งใหม่ แล้วแต่กรณีว่าตำแหน่งนั้นครบวาระพอดีหรือยังเหลือเวลาในวาระอยู่

ปัญหาที่ 5

          สหกรณ์ขอเปลี่ยนใช้ข้อบังคับใหม่ซึ่งนายทะเบียนสหกรณ์ยังไม่ได้รับจดทะเบียนซึ่งตามข้อบังคับเดิมกำหนดให้กรรมการดำเนินการเลือกตั้งระหว่างกันเองดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ เมื่อสหกรณ์ใดเลือกตั้งกรรมการดำเนินการและถือปฏิบัติตามมาตรา 50 คือ ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งตำแหน่งประธานกรรมการตามที่กำหนดในข้อบังคับใหม่ จะกระทำได้หรือไม่

แนวทางปฏิบัติ

          ข้อความตามข้อบังคับเดิมของสหกรณ์ขัดต่อมาตรา 50 วรรคแรก จึงถือบังคับใช้ไม่ได้ เมื่อสหกรณ์ได้ปฏิบัติตามมาตรา 50 จึงถือว่าถูกต้องแล้ว แม้ว่าข้อบังคับฉบับใหม่จะยังไม่ได้รับการจดทะเบียนก็ตาม

ประเด็นที่ 3 ตำแหน่งกรรมการดำเนินการว่างลงก่อนถึงคราวออกตามวาระ

ปัญหาที่ 6

          นาย ก. พ้นจากตำแหน่งก่อนถึงคราวออกตามวาระ และพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงวันจับสลากออกกึ่งหนึ่งตามความในมาตรา 50 วรรคสอง เมื่อ นาย ข. ได้รับเลือกตั้งเข้ามาแทน นาย ก. ก่อนถึงวันจับสลากออก นาย ข. จะต้องจับสลากออกด้วยหรือไม่

แนวทางปฏิบัติ

          นาย ข. ได้รับเลือกตั้งเข้ามาแทน นาย ก. จึงต้องถือปฏิบัติตามความแห่งมาตรา 50 วรรคท้าย โดยผู้ที่ได้รับเลือกตั้งตำแหน่งกรรมการดำเนินการแทนตำแหน่งที่ว่าง จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้เท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ที่ตนแทน ดังนั้น นาย ข. จะต้องจับสลากออกตามมาตรา 50 วรรคสอง ด้วย

ปัญหาที่ 7

          กรณีสหกรณ์มีกรรมการดำเนินการ 15 คน เมื่อครบหนึ่งปีได้จับสลากออก 8 คน ซึ่งได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นกรรมการดำเนินการอีกวาระ ปีต่อมากรรมการดำเนินการอีก 7 คน ครบวาระสองปี และกรรมการดำเนินการอีก 8 คน ขอลาออกด้วย ทำให้กรรมการดำเนินการพ้นจากตแหน่งทั้งคณะ จึงขอหารือจากผลการเลือกตั้งครั้งใหม่ ดังนี้

          1. กรรมการดำเนินการชุด 8 คน ได้รับเลือกตั้งเข้ามาใหม่จำนวน 7 คน

          2. กรรมการดำเนินการชุด 7 คน ได้รับเลือกตั้งเข้ามาใหม่จำนวน 5 คน

          3. กรรมการดำเนินการคนใหม่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา 3 คน

แนวทางปฏิบัติ

          1. กรรมการดำเนินการชุด 8 คน ได้รับเลือกตั้งเข้ามา 7 คน กรรมการดำเนินการทั้ง 7 คน ถือว่ามีคุณสมบัติ ที่ขัดต่อมาตรา 50 วรรคสาม เนื่องจากเข้ามาเป็นกรรมการในวาระที่ 3 และสหกรณ์จะต้องจัดให้มีกการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งกรรมการเข้ามาแทนตำแหน่งที่ว่าง

          2. กรรมการดำเนินการชุด 7 คน ได้รับเลือกตั้งเข้ามา 5 คน ถือว่าเป็นวาระที่สอง ยังสามารถบริหารงานต่อไปได้

          3. กรรมการดำเนินการใหม่จำนวน 3 คน ให้ถือว่าเป็นการดำรงตำแหน่งวาระแรก

          สำหรับปีต่อไปให้กรรมการดำเนินการจับสลากออกกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการดำเนินการสหกรณ์ทั้งหมดและหากเป็นกรรมการดำเนินการตามข้อ 2 ถูกจับสลากออก ให้ถือว่าดำรงตำแหน่งครบวาระที่สองแล้ว ตามมาตรา 50 วรรคสาม จึงไม่มีสิทธิที่จะสมัครเป็นกรรมการในวาระต่อไปได้อีก

ปัญหาที่ 8

          กรณีข้อบังคับกำหนดให้สหกรณ์มีกรรมการาดำเนินการจำนวน 15 คน ตามมาตรา 50 เมื่อครบหนึ่งปี กรรมการดำเนินการจะต้องจับสลากออกกึ่งหนึ่ง แต่ได้มีปัญหาทางปฏิบัติ ดังนี้

          1. กรรมการดำเนินการได้ขอลาออกต่อที่ประชุมใหญ่จำนวน 11 คน สหกรณ์จะต้องจับสลากอีกหรือไม่

          2. เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่เพื่อเลือกกรรมการดำเนินการแทนคนเดิมที่ขอลากออกจำนวน 11 คน แต่ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งได้เพียง 7 คน รวมกับกรรมการดำเนินการที่เหลืออีก 4 คน รวมมีกรรมการดำเนินการจำนวน 11 คน จะกระทำได้หรือไม่ และสหกรณ์จะมีวิธีปฏิบัติต่อไปอย่างไร

แนวทางปฏิบัติ

          1. เมื่อกรรมการดำเนินการได้ลาออกไปจำนวน 11 คน ซึ่งมีจำนวนเกินกว่าหนึ่งในสองของกรรมการดำเนินการทั้งหมดแล้ว สหกรณ์จึงไม่ต้องนำวิธีจับสลากมาใช้อีก

          2. ข้อบังคับของสหกรณ์ได้กำหนดให้มีกรรมการดำเนินการจำนวน 15 คน ดังนั้นเมื่อเลือกตั้งได้เพียง 7 คน รวมกับคนเดิม 4 คน เป็น 11 คน ไม่สามารถกระทำได้เนื่องจากขัดต่อข้อบังคับของสหกรณ์ จึงต้องให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งเพิ่มให้ได้จำนวนทั้งหมด 15 คน หากไม่สามารถกระทำได้ในการประชุมใหญ่ครั้งนั้นก็จะต้องเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกตั้งกรรมการดำเนินการให้ได้จำนวน 15 คน โดยในระหว่างนี้กรรมการดำเนินารจำนวน 11 คน ก็ไม่สามารถทำนิติกรรมใดๆ ได้จนกว่าจะมีกรรมการดำเนินการครบตามข้อบังคับ อีกทั้งในปีต่อไปเมื่อกรรมการดำเนินการจำนวน 4 คน ครบวาระต้องออก ก็แนะนำสหกรณ์ให้มีการจับสลากให้กรรมการดำเนินการออกจากตำแหน่งอีก 3 คน เพื่อจะได้มีการเลือกตั้งกรรมการดำเนินการสลับกันไป ตามเจตนารมณ์ของมาตรา 50

ปัญหาที่ 9

          กรรมการดำเนินการดำรงตำแหน่งวาระแรกตามความแห่งมาตรา 136 เมื่อหมดวาระได้รับเลือกเป็นกรรมการดำเนินการอีกวาระ แต่เมื่อครบหนึ่งปีได้จับสลากออกตามความแห่งมาตรา 50 วรรคสอง ขอหารือว่าผู้ที่จับสลากออกจะสามารถได้รับเลือกตั้งเข้ามาดำรงตำแหน่งอีกให้ครบ 2 ปี จะได้หรือไม่

แนวทางปฏิบัติ

          กรรมการดำเนินการซึ่งได้ดำรงตำแหน่งวาระแรกแล้วตามความแห่งมาตรา 136 วรรคสอง เมื่อครบวาระและได้รับเลือกตั้งเข้ามาอีกครั้ง ถือว่าเป็นการดำรงตำแหน่งในวาระที่สอง หากถูกจับสลากออกเมื่อดำรงตำแหน่งครบหนึ่งปี ให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ จึงไม่มีสิทธิ์ได้รับเลือกตั้งเข้ามาใหม่ได้ ตามความแห่งมาตรา 50 วรรคสอง วรรคสาม

ปัญหาที่ 10

          สหกรณ์เลือกตั้งกรรมการดำเนินการไว้ 15 คน ต่อมามีกรรมการดำเนินการพ้นจากตำแหน่งไป 1 คน โดยไม่มีการเลือกตั้งซ่อม เมื่อครบหนึ่งปีจะต้องให้กรรมการจับสลากออกกี่คน

แนวทางปฏิบัติ

          ให้กรรมการดำเนินการจับสลากออกจำนวน 7 คน ตามมาตรา 50 วรรคสอง แต่ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งเข้ามาจำนวน 8 คน เพื่อให้ครบตามจำนวนที่กำหนดในข้อบังคับคือ 15 คน

ประเด็นที่ 4 ระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการ หรือระเบียบว่าด้วยการสรรหาคณะกรรมการดำเนินการ

ปัญหาที่ 11

          สหกรณ์ออมทรัพย์หนึ่ง จำกัด ได้กำหนดระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการ โดยกำหนดเขตเลือกตั้ง 3 เขต ให้แต่ละเขตเลือกตั้งขึ้นก่อนแล้วนำผลการเลือกตั้งดังกล่าวมาให้ที่ประชุมใหญ่รับรอง ระเบียบดังกล่าวขัดต่อกฎหมายหรือไม่

แนวทางปฏิบัติ

          คณะกรรมการดำเนินการที่ได้รับเลือกตั้งตามวิธีการที่กำหนดในระเบียบ ไม่ได้กระทำในที่ประชุมใหญ่ของสหกรณ์ ดังนั้น ระเบียบดังกล่าวจึงขัดต่อมาตรา 50

ปัญหาที่ 12

          สหกรณ์ออมทรัพย์สอง จำกัด ได้กำหนดระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ โดยผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ ได้กำหนดว่าหากตำแหน่งกรรมการดำเนินการว่างลงก่อนถึงวาระให้คณะกรรมการเลือกตั้งประกาศชื่อผู้สมัครที่ได้รับคะแนนลำดับถัดไปของเขตเลือกตั้งนั้นๆ เป็นกรรมการดำเนินการแทนจะกระทำได้หรือไม่

แนวทางปฏิบัติ

          ระเบียบดังกล่าวมิได้เลือกตั้งกรรมการดำเนินการโดยที่ประชุมใหญ่ของสหกรณ์ ดังนั้น ระเบียบดังกล่าวจึงขัดต่อมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542

ปัญหาที่ 13

          สหกรณ์ออมทรัพย์สาม จำกัด ให้แต่ละหน่วยงานย่อยเลือกตั้งกรรมการดำเนินการในแต่ละหน่วยงานก่อนแล้วนำมาให้ที่ประชุมใหญ่รับรองอีกครั้งหนึ่งจะกระทำได้หรือไม่

แนวทางปฏิบัติ

          หน่วยงานย่อยจะเลือกตั้งกรรมการดำเนินการในแต่ละหน่วยงานแล้วนำมาให้ที่ประชุมใหญ่รับรองอีกครั้งหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติได้เพราะไม่เป็นการเลือกตั้งโดยที่ประชุมใหญ่ตามมาตรา 50 แต่ควรกำหนดในข้อบังคับว่าให้หน่วยงานย่อยมีสิทธิเสนอผู้เข้ารับเลือกตั้งได้จำนวนกี่คน เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งอีกครั้ง หรือกำหนดสัดส่วนจำนวนกรรมการดำเนินการต่อจำนวนสมาชิกที่สังกัดหน่วยงานย่อย เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งตามสัดส่วนดังกล่าว

ข้อแนะนำ การกำหนดระเบียบการสรรหากรรมการดำเนินการ

          สหกรณ์ไม่สามารถกำหนดระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งกรรมการดำเนินการได้เนื่องจากขัดต่อมาตรา 43 (9) แต่ในทางปฏิบัติสหกรณ์ได้มีการออกระเบียบว่าด้วยการสรรหาบุคคลที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการดำเนินการก่อนถึงวันประชุมใหญ่ ข้อยุติในกรณีดังกล่าวสามารถแนะนำสหกรณ์ถือปฏิบัติได้ดังนี้

          1. การออกระเบียบของสหกรณ์ควรจะกำหนดระเบียบอย่างไร

             - ระเบียบว่าด้วยการสรรหาบุคคลเพื่อเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการดำเนินการ เป็นต้น

          2. ขอบเขตของการกำหนดระเบียบเป็นอย่างไร

          - กำหนดการสรรหาบุคคลในแต่ละเขตหรือพื้นที่ หรือกำหนดโควตาของหน่วยงานหรือพื้นที่ว่าจะมีจำนวนกรรมการได้กี่คนสามารถกระทำได้

             - การเลือกตั้งหรือสรรหาบุคคลโดยการเลือกตั้งมาจากหน่วยงานหรือพื้นที่ก่อนจะเสนอชื่อบุคคลที่ได้รับเลือกตั้งหรือสรรหาเบื้องต้นให้ประชุมใหญ่เลือกตั้งอีกครั้งควรกระทำโดยให้จำนวนที่ได้มาจากการสรรหาข้างต้นมีจำนวนมากพอที่จะสามารถให้ที่ประชุมใหญ่มีตัวเลือกในการพิจารณา แต่หากเป็นการสรรหามาจำนวนพอดีก็สามารถกระทำได้ แต่ต้องให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งอีกครั้ง

ประเด็นที่ 5 จำนวนกรรมการดำเนินการ

ปัญหาที่ 14

          สหกรณ์กำหนดข้อความในข้อบังคับว่า “ให้สหกรณ์มีคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคน และกรรมการอื่นไม่ต่ำกว่าเจ็ดคน แต่ไม่เกินสิบห้าคน...” ขัดต่อมาตรา 50 หรือไม่

แนวทางปฏิบัติ

          มาตรา 50 กำหนดว่า “ให้สหกรณ์มีคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคน และกรรมการอื่นอีกไม่เกินสิบสี่คน” แต่แนวปฏิบัติเป็นสาระสำคัญที่สหกรณ์จะต้องกำหนดกรรมการดำเนินการไว้ให้ชัดเจนและแน่นอนในข้อบังคับของสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์สามารถปฏิบัติตามมาตรา 50 วรรคสองได้ โดยสามารถสลับกันดำรงตำแหน่งหรือพ้นจากตำแหน่งเป็นจำนวนหนึ่งในสองของจำนวนกรรมการดำเนินการทั้งหมด มิเช่นนั้นที่ประชุมใหญ่ก็อาจกำหนดจำนวนและเปลี่ยนแปลงจำนวนกรรมการอื่นได้ทุกปี ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามความแห่งมาตรา 50 วรรคสองได้

ปัญหาที่ 15

          สหกรณ์กำหนดจำนวนกรรมการดำเนินการไว้ไม่เกิน 15 คน แต่ได้เลือกตั้งไว้เพียง 9 คน เมื่อครบหนึ่งปี ได้จับสลากออกจำนวน 5 คน เหลืออยู่ 4 คน แต่เมื่อเลือกตั้งใหม่ได้เลือกตั้งกรรมการเข้ามา 11 คน เพื่อให้ครบจำนวน 15 คน ตามที่มาตรา 50 กำหนดไว้ จะกระทำได้หรือไม่

แนวทางปฏิบัติ

          สหกรณ์ได้เคยกำหนดจำนวนกรรมการไว้ 9 คน เมื่อจับสลากออกไป 5 คน ก็จะต้องเลือกตั้งเข้ามาอีกเพียง 5 คน ไม่สามารถเลือกตั้งเข้ามาเพิ่มอีก 11 คน เพราะจะขัดต่อมาตรา 50 วรรคสอง และเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติสหกรณ์จะต้องเข้าออกกึ่งหนึ่งสลับกันไป ดังนั้น สหกรณ์จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับโดยกำหนดจำนวนกรรมการดำเนินการที่แน่นอนต่อไป มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาในการเลือกตั้งกรรมการดำเนินการแต่ละปีและจำนวนกรรมการดำเนินการเข้าออกในแต่ละปีไม่เป็นตามาตรา 50 วรรคสอง

ปัญหาที่ 16

          กรณีเลือกตั้งกรรมการดำเนินการไว้เดิม 11 คน ต่อมาขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับเป็นจำนวน 15 คน เมื่อครบหนึ่งปีที่จะต้องจับสลากออกนั้น สหกรณ์จะมีวิธีปฏิบัติอย่างไร

แนวทางปฏิบัติ

          เมื่อครบหนึ่งปีให้กรรมการดำเนินการจับสลากออกจำนวน 6 คน แต่เลือกตั้งเพิ่มเข้ามา 10 คน เพื่อให้มีจำนวนครบ 15 คน โดยให้ที่ประชุมใหญ่ตั้งเงื่อนไขว่าเมื่อเลือกตั้งครบหนึ่งปีให้กรรมการดำเนินการจำนวน 10 คน ที่เลือกตั้งเข้ามาใหม่ จับสลากออกจำนวน 2 คน รวมกับที่จะต้องออกตามวาระอีก 5 คน รวมเป็น 7 คน เพื่อจะได้สลับกันดำรงตำแหน่งปีละ 7 คน หรือ 8 คน ตามเจตนารมณ์แห่งมาตรา 50

ประเด็นที่ 6 ชุมนุมสหกรณ์

ปัญหาที่ 17

          มาตรา 107 กำหนดให้ชุมนุมสหกรณ์ฯ บัญญัติเรื่องจำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการไว้ในข้อบังคับ ดังนั้น ชุมนุมสหกรณ์ฯ จะต้องนำบทบัญญัติตามมาตรา 50 มาใช้บังคับด้วยหรือไม่

แนวทางปฏิบัติ

          เมื่อมาตรา 107 บัญญัติให้ชุมนุมสหกรณ์กำหนดจำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการไว้ในข้อบังคับเป็นการเฉพาะแล้ว จึงไม่ต้องนำบทบัญญัติในมาตรา 50 วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับอีก ดังนั้น ข้อบังคับของชุมนุมสหกรณ์จึงกำหนดจำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการเลือกตั้งแตกต่างไปจากมาตรา 50 ได้

ปัญหาที่ 18

          เรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง บทบัญญัติเกี่ยวกับชุมนุมสหกรณ์ไม่ได้กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ดังนั้น ชุมนุมสหกรณ์ฯ จะต้องนำบทบัญญัติตามมาตรา 50 มาใช้บังคับด้วยหรือไม่

แนวทางปฏิบัติ

          บทบัญญัติเกี่ยวกับชุมนุมสหกรณ์ไม่ได้กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งไว้เป็นการเฉพาะ ดังนั้น ชุมนุมสหกรณ์จะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติในมาตรา 50 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคท้าย

ปัญหาที่ 19

          การนับวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการดำเนินการให้นับจากตัวบุคคล หรือจากสหรกณ์ที่กรรมการดำเนินการสังกัดอยู่

แนวทางปฏิบัติ

          การนับวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการดำเนินการของชุมนุมสหกรณ์ให้นับจากตัวบุคคลที่เป็นผู้แทนของสหกรณ์สมาชิก มิใช่นับจากสหกรณ์ที่มีผู้แทนสหกรณ์เป็นกรรมการดำเนินการของชุมนุมสหกรณ์

ปัญหาที่ 20

          กรณีผู้ได้รับเลือกเป็นผู้แทนสหกรณ์สมาชิกซึ่งเป็นกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ และเป็นกรรมการดำเนินการของชุมนุมสหกรณ์ฯ ด้วย เมื่อพ้นจากตำแหน่งกรรมการดำเนินการของสหกรณ์สมาชิก จะต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการดำเนินการของชุมนุมสหกรณ์ฯ ด้วยหรือไม่ กรณีที่ไม่ได้กำหนดไว้ให้ชัดเจนในข้อบังคับ

แนวทางปฏิบัติ

          เมื่อข้อบังคับไม่ได้กำหนดไว้ให้ชัดเจนว่าผู้แทนสหกรณ์จะต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการดำเนินการของชุมนุมสหกรณ์ เมื่อพ้นจากตำแหน่งกรรมการดำเนินการจากสหกรณ์สมาชิก แต่สหกรณ์สมาชิกยังไม่ได้มีมติเลือกผู้แทนสหกรณ์คนใหม่ ก็ให้ผู้แทนสหกรณ์สมาชิกเดิมยังคงเป็นกรรมการดำเนินการต่อไป จนกว่าจะครบตามวาระ หรือสหกรณ์สมาชิกจะได้มีมติเลือกผู้แทนสหกรณ์คนใหม่ ผู้แทนสหกรณ์คนเดิมจึงจะพ้นจากการเป็นผู้แทนสหกรณ์และจะต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการดำเนินการของชุมนุมสหกรณ์ฯ ด้วย

ปัญหาที่ 21

          การกำหนดการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการดำเนินการในข้อบังคับของชุมนุมสหกรณ์ เพื่อมิให้ชุมนุมสหกรณ์ต้องเกิดปัญหาการบริหารงานไม่ต่อเนื่อง เนื่องจากกรรมการดำเนินการชุมนุมสหกรณ์จะต้องพ้นจากตำแหน่ง เมื่อพ้นจากการเป็นกรรมการดำเนินการของสหกรณ์สมาชิก ชุมนุมสหกรณ์จะมีแนวทางแก้ไขได้อย่างไร

แนวทางปฏิบัติ

          แนะนำให้ชุมนุมสหกรณ์แก้ไขข้อบังคับ โดยกำหนดให้กรรมการดำเนินการของชุมนุมสหกรณ์อยู่ในตำแหน่งได้จนกว่าจะครบวาระตามที่กำหนดในข้อบังคับ แม้ว่าจะพ้นจากตำแหน่งกรรมการดำเนินการจากสหกรณ์สมาชิกก็ตาม เพื่อให้การบริหารงานของชุมนุมสหกรณ์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ปัญหาที่ 22

          ชุมนุมสหกรณ์แห่งหนึ่งได้เลือกตั้งนาย ก. เข้าเป็นประธานกรรมการ เมื่อปี 2544 เป็นวาระที่ 2 ปีที่ 1 เมื่อเป็นได้หนึ่งปีนาย ก. ต้องพ้นจากตำแหน่งประธานกรรมการก่อนถึงคราวออกตามวาระ เนื่องจากพ้นจากการเป็นผู้แทนสหกรณ์สมาชิก ที่ประชุมใหญ่ปี 2545 จึงได้เลือกนาย ข. เข้ามาเป็นประธานกรรมการแทน อยากทราบว่านาย ข. จะอยู่ในตำแหน่งได้กี่ปีจึงจะครบวาระ

แนวทางปฏิบัติ

          นาย ข. ได้รับเลือกตั้งเข้ามาแทนนาย ก. จึงเข้าข่ายตามมาตรา 50 วรรคท้าย ดังนั้น จึงอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ที่ตนแทน คือ หนึ่งปี

ปัญหาที่ 23

          นาย ก. ได้รับเลือกเป็นกรรมการดำเนินการชุมนุมสหกรณ์ ในปี 2543 เป็นวาระที่ 1 ปีที่ 1 ต่อมาปี 2544 นาย ก. ได้ลาออกจากตำแหน่ง โดยที่ประชุมใหญ่ได้เลือกตั้งนาย ข. เข้ามาแทน ปี 2545 นาย ก. ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานกรรมการ นาย ก. จะต้องนับการดำรงตำแหน่งเป็นวาระใด

แนวทางปฏิบัติ

          แม้ว่านาย ก. จะได้ลาออกก่อนจะดำรงตำแหน่งครบวาระก็ตาม การนับวาระการดำรงตำแหน่งของนาย ก. เมื่อได้รับเลือกตั้งใหม่ก็ให้นับระยะเวลาของวาระต่อเนื่องจากวาระเดิม ดังนั้นจึงถือเป็นการดำรงตำแหน่งในวาระที่สอง

ประเด็นที่ 7 ประเด็นปัญหาอื่นๆ

ปัญหาที่ 24

          ผู้ที่ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 50 หรือมาตรา 52 แต่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการดำเนินการตามมติของที่ประชุมใหญ่แล้ว เมื่อตรวจพบแล้วจะให้บุคคลนั้นพ้นจากตำแหน่ง โดยวิธีใด อย่างไร และเมื่อใด

แนวทางปฏิบัติ

          บุคคลนั้นถือว่าไม่มีคุณสมบัติจึงไม่ได้เป็นกรรมการดำเนินการมาตั้งแต่ต้น ดังนั้นจึงไม่ต้องทำหนังสือลาออก แต่ให้ยกเลิกมติที่ประชุมใหญ่ครั้งนั้น โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 เนื่องจากลงมติขัดต่อพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 50 หรือมาตรา 52

ปัญหาที่ 25

          เมื่อกรรมการดำรงตำแหน่งครบสองวาระแล้ว จะต้องเว้นการเป็นกรรมการดำเนินการเป็นเวลาเท่าใด

แนวทางปฏิบัติ

          1. กรณีปกติให้เว้น 1 รอบการเลือกตั้งปกติ คือ เมื่อมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี

          2. หากคณะกรรมการดำเนินการที่ได้รับเลือกตั้งมีการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะก่อนครบวาระ กรรมการดำเนินการคนนั้นก็สามารถสมัครเข้ารับการเลือกตั้งได้ เนื่องจากวาระที่ต้องเว้นได้สิ้นสุดลงแล้ว

          3. สหกรณ์ควรกำหนดในข้อบังคับให้ชัดเจนว่าเมื่อกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ดำรงตำแหน่งครบสองวาระแล้วจะต้อเว้นเท่าไร เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติของสหกรณ์