พิธีเปิดการปฎิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในเขตพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด

วันนี้ (20 ก.ค. 2562) เวลา 11.00 น. นายทวี จงประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดการปฎิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ทำการเกษตรในเขตพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดที่ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง ณ บริเวณสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย สาขานกเหาะ ตำบลดงครั่งใหญ่ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีนายสมบูรณ์ พฤกษ์กันทรากร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ด นางสาววาสนา วงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น นายกิติภูมิชัย วงศ์สนิท ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอเกษตรวิสัย นายประจักร์ บุญกาพิมพ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด หัวหน้าส่วนราชการ/หน่วยงาน และเกษตรกรเข้าร่วม ในการนี้ สหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ดมอบหมายให้ นางศศิธร เขวาลำธารผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 3 เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

ณ โรงสีข้าวสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จํากัด สาขาบ้านนกเหาะ ต.ดงครั่งใหญ่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด นายทวี จงประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ลงพื้นที่ออกเยี่ยมให้กำลังใจแก่สมาชิกสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จํากัด และเกษตรกรทั่วไปในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง 

            ด้าน นางบุญเกิด ภานนท์ ประธานสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย กล่าวว่า ภัยแล้งปีนี้กระทบโดยตรงกับสมาชิก 9,000 ครอบครัว และพื้นที่ทำการเกษตร 179,000 ไร่ ได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับนาข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดของทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวส่งครัวไทย หากนาข้าวขาดน้ำ จะสร้างความเสียหายทั้งหมด นาข้าว 179,000 ไร่ ได้รับผลกระทบจากฝนทิ้งช่วงคิดเป็นร้อยละ 90 ของพื้นที่ ซึ่งหากยังขาดแคลนน้ำไปอีกไม่เกิน 30 วัน นาข้าวจะได้รับความเสียหายทั้งหมด รวมทั้งส่งผลไปถึงน้ำเพื่อการผลิตประปา การอุปโภค-บริโภค ผลกกระทบที่เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่จะกระทบเศรษฐกิจครัวเรือนของสมาชิกเท่านั้น แต่ยังจะส่งผลกระทบต่อระบบการผลิตข้าวแปรรูปเพื่อการส่งออก ที่ต้องใช้ข้าวเปลือกจากสมาชิกปีละ 35,000 ตันเป็นอย่างต่ำ เพื่อการแปรรูป นอกจากนี้ ยังกระทบด้านส่งข้าวเปลือกให้กับสหกรณ์เครือข่ายซึ่งซื้อข้าวเปลือกจากสหกรณ์ไปแปรรูปขายทั่วประเทศอีกด้วย ซึ่งเบื้องต้นได้ทำเรื่องร้องขอความช่วยเหลือให้หน่วยฝนหลวงขอนแก่น เข้ามาเพื่อช่วยเหลือ

            ขณะที่ นางสาววาสนา วงษ์รัตน์   ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า การทำฝนหลวงในเขตพื้นที่ทุ่งกุลร้องไห้ร้อยเอ็ด นับว่ามีปัญหามากที่สุด หากยังมีปัญหาก็จะมีการเพิ่มศักยภาพ ด้านการทำฝนเทียม ปัจจุบันมีเครื่องบิน ที่เรียกว่า Super King Air ที่ศูนย์จังหวัดนครราชสีมา 2 ลำ ซึ่งเครื่องนี้จะมีบทบาทด้านการทำหน้าที่งานวิจัย ซึ่งในขณะเดียวกันหากสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสมเครื่องนี้สามารถที่จะหาเมฆที่สามารถพัฒนาไปถึงขั้นที่เรียกว่าเมฆเย็นได้ ซึ่งความสูงของยอดเมฆเย็น มีความสูงกว่า 20,000 ฟุต ซึ่งเครื่องบินในส่วนของ Super King Air จะมีส่วนช่วยด้านการปฏิบัติการที่เรียกว่าการทำฝนเม็ดเย็น ด้วยการนำเครื่องบิน 2 เครื่องนี้เข้ามาใช้เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณน้ำด้วยวิธีการยิงพลุซิลเวอร์ไอโอไดด์เข้าไปในยอดเมฆ เพื่อที่จะทำให้โอกาสของการมีฝนตกในปริมาณเพิ่มขึ้น พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นสภาพพื้นที่ซึ่งมีความพิเศษ ที่จัดการยากจากลักษณะพิเศษของเมฆ การเคลื่อนตัวของเมฆ ที่เมื่อเข้ามาในพื้นที่แล้ว มักจะมีการเบี่ยงเบน ซึ่งจะต้องมีการศึกษาวิจัย หาแนวทางในการแก้ปัญหาให้ตรงจุด แล้วต้องวิเคราะห์ชัดเจนว่า พื้นที่ดังกล่าวนี้ เกิดอะไรขึ้นทำให้ยากต่อการแก้ปัญหาการทำฝนเทียม และแก้ปัญหาให้ตรงจุดต่อไป