วันที่ 14 สิงหาคม 2563 นายสมศักดิ์ กรีธาธร ผู้ตรวจราชการกรม เขตตรวจราชการที่ 17,18   ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้สมัครเข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร โดยนายวัฒนะ สัตยวงศ์ทิพย์ สหกรณ์จังหวัดอุทัยธานี มอบหมายนางสาวแก้วตา พัฒนพันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์พื้นที่ 3 นายภูฤทธิ์ สอนลา นักวิชาการสหกรณ์ปฏิบัติการ นางณัชชา เตียทวิสุทธิ์ นักวิชาการสหกรณ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรที่เข้าร่วมโครงการฯในเขตอ.ห้วยคต และ อ.บ้านไร่ ร่วมลงพื้นที่ดังกล่าว   ในโอกาสนี้ผู้ตรวจราชการกรม เขตตรวจราชการที่ 17,18 ลงพื้นที่เข้าตรวจเยี่ยมและประเมินความพร้อมของผู้สมัครเข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร ต.ห้วยคต อ.ลานสัก     ต.หนองจอก อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ดังนี้

รายที่ 1. นายธีรศักดิ์ ปรีเปรม อายุ 30 ปี ต.ห้วยคต อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี บิดาเป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรห้วยคต จำกัด เดิมทำงานเป็นลูกจ้าง ปัจจุบัน มีพื้นที่ทำการเกษตร 120 ไร่ พืชผสมผสาน แบ่งเป็นสวนผลไม้ ปลูก ทุเรียน ส้มโอ เงาะ กล้วยไข่ กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า โกก็ ลำไย มังคุด มะม่วง ลองกอง พืชไร่ สับปะรด มันลำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน พืชสมุนไพร ปลูกขมิ้นชัน มีรายได้เสริมจากการปลูกพืชผสมผสาน ต่อเดือน 10,000 บาท สิ่งที่ต้องการให้สนับสนุน : พัฒนาพื้นที่แหล่งเก็บน้ำ พัฒนาระบบน้ำ ระบบส่งน้ำ แหล่งน้ำบาดาล การตลาดแปรรูปผลผลิต

รายที่ 2 นายกรีฑาพล เพ็งอุ่น อายุ 33   ปีต.หนองจอก อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เดิมเป็นพนักงานบริษัท ลาออกเมื่อ29/2/63 กลับมาอยู่ที่บ้านเกิด ต.หนองจอก อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี มีความสนใจด้านเกษตรผสมผสาน และการเลี้ยงสัตว์ ปัจจุบันปรับพื้นที่จากการที่พ่อแม่เคยปลูกอ้อยพืชเชิงเดี่ยว หันมาทำโรงเรือนเพื่อเลี้ยงสัตว์ หมู เป็ด ไก่ต้องการ แหล่งน้ำ : มีสระน้ำ มีความต้องการบ่อบาดาลเพื่ออนาคตต้องการทำเกษตรผสมผสาน สิ่งที่ต้องการสนับสนุน: เรื่อง ความรู้ การจัดการพื้นที่ จัดหาแหล่งน้ำ ต้องการแหล่งตลาดเพื่อขาย เป็ด ไก่

โดยโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร เป็นนโยบาย นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งหวังให้บุตรหลานสมาชิกสหกรณ์ และบุคคลทั่วไป ที่ต้องการกลับคืนสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด เพื่อสานต่ออาชีพการเกษตรจากรุ่นพ่อ-แม่ ได้มีเวลาอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวมากยิ่งขึ้น และต้องการสร้างคนรุ่นใหม่ให้หันมาประกอบอาชีพการเกษตร โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รับนโยบายมาดำเนินการและมีสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมอาชีพการเกษตรที่มั่นคงให้กับคนรุ่นใหม่ โดยกรมฯ จะดำเนินโครงการ 3 ปี ระหว่างปี 2563 – 2565 ในการพัฒนาและบ่มเพาะอาชีพการเกษตรเพื่อให้เป็นเกษตรกรมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ต่อไป